2007/Jun/29

ชีวิตของฉันนั้น เพื่อเธอ ตลอดไป ใครจะมาดูแลเธอต้องรู้ไว้ด้วยนะว่าเธอชอบอะไรบ้างไม่งั้นผมไม่ยอมจริงๆ และอย่าทำให้เธอเสียใจ เพราะผมจะไม่ยอมแน่ๆ

เพลงนี้สื่อได้ตรงความหมายจริงๆ ยังไงเราก็รักเธอเสมอนะมู๋อ้วน โกรธนะแต่ไม่เคยเกลียดเธอเลย มู๋อ้วน สักวันนึงจะโตเป็นผู้ใหญ่จริงๆซะที

เลขที่ชอบคือ 26

ไอติมรสที่ชอบคือ มะนาว

สัตว์ที่ชอบคือ หมูและปลาโลมา

เธอชอบตัวมาสคอ๊อตนะ(เห็นแล้วกรี๊ด)

รถเมล์ที่ไปทุกที่คือสาย 38

เกมส์ที่ชอบคือ Audition จะเล่นทุกวันให้เก่งไปเรย(กดไม่ติดอีกแล้ว ฮือๆๆ)

อาหารที่ชอบคือ ยำวุ้นเส้น(ที่ร้านBKK GRILL)

ร้านก๋วยเตี๋ยวที่ชอบ ก๋วยเตี๋ยวเนื้อวัววัดดงมูลเหล็ก(เกษตรนวมินทร์เสาต้นที่55)

ขนมที่ชอบคือ สายไหม

นักร้องคนโปรด ไอซ์ ศรันยู

วงบอยแบนที่ชอบคือ westlife

เพลงที่ฟังแล้วร้องไห้ทุกทีคือ เพลงที่ที่เรารักกัน(น่ารักจัง)

ทุกๆวันเวลา 5 โมงเย็นจะต้องออกไปที่ระเบียงเพื่อไปยืนมองท้องฟ้าอย่างเหงาๆ

เวลาขึ้นรถเมล์ผมชอบเอาหัวโขกพัดลมอยู่เรื่อยเลย ซุ่มซ่ามจิงๆ คิคิ

แต่ไม่เอาถั่วงอกนะ ไม่กิน แต่ว่าอยากให้มีคนเอาถั่วงอกมาแกล้งอีกจังเรย

I Do Love You มู๋อ้วน

เธอชอบให้ผมอุ้มนะ คิคิ ล่าสุดยังอุ้มไปร้องคาราโอเกะกานอยู่เรย ไม่คิดเลยว่ามันจะเป็นครั้งสุดท้ายที่เราได้ร้องคาราโอเกะกัน ดรีมเวิร์ลที่สัญญาว่าจะพาไป ในที่สุดก็ไม่ได้ไปกันซะแล้ว รู้แบบนี้ผมน่าจะไปซะตั้งแต่แรก ไม่น่าผลัดเลย รู้ตัวอีกทีก็สายเกินไป เสียดายจริงๆ

นั่งมองภาพเธอทุกวัน และทุกๆครั้งฉันก็สุขใจ เรื่องราวเหมือนผ่านไม่นานเท่าไร ที่สองเราเคยใกล้กัน

ยังรอคอยเธอเสมอ ไม่ว่าเธออยู่ที่ใด ยังรอรอยยิ้มที่แสนอบอุ่นมาจากหัวใจ

แม้จะไม่มีหนทาง และจะนาน นานแสนนานเท่าไร แต่ใจของฉันจะมั่นคงอยู่ ไม่ขอเปลี่ยนไป

เจ้าแพนเค้ก เกิดมาอาภัพ ไม่ได้เกี่ยวอะไรกะเค้าเล้ย การะดาษเริ่มเก่าและบาง แต่ฉันยังเก็บไว้อย่างดี พ่อคิดถึงลูกนะ แพนเค้ก หมูแฮม ลูกรักของพ่อ คิดถึงแม่ด้วยนะ ครอบครัวเราจะยังคงเป็นครอบครัวแบบนี้เสมอไปในใจของพ่อ ทุกสิ่งจะอยู่ในใจของพ่อนะ ตอนนี้ไม่ค่อยเหงาเท่าไร เวลาคิดถึงเธอก้อได้พบเธอตลอดเวลา ในหัวใจของฉันไง

คิคิ ทำไมยังต้องฝันถึงเธอทุกคืนด้วยนะ อยากลืมจริงๆ ไม่เข้าใจตัวเอง

ทุกสิ่งทุกอย่างมันควรจะกลับมาดีเหมือนที่เคยผ่านๆมาและจบลงด้วยดี แต่คราวนี้มันไม่ใช่ซะแล้ว

คิดถึงวันนั้นที่เรานั่งวาดรูปด้วยกัน ภาพเหล่านี้เอาเงินกี่ล้านมาซื้อผมก็ไม่ขาย ยังไงก็ยังคิดถึงเธอมากนะ ป่านนี้เธอคงลืมเราไปแล้วล่ะ แต่เราจะไม่มีวันลืมเธอเลย เรายังจำเรื่องราวต่างๆที่เคยผ่านมาได้ดี เอคงลืมมันได้ง่ายๆ แต่เราไม่ลืมมันหรอกนะมันคือชีวิตของเรา ถึงแม้เราจะถูกหักหลังสารพัด ทั้งๆที่เราไม่ได้ทำอะไรผิดเลยแต่เราต้องมารับเคราะห์กรรม แต่ว่าเราก็ยังอดห่วงเธอไม่ได้หรอกนะ อยากบอกว่าเข้าใจเสมอว่าเธอต้องการอะไรและที่เธอทำไปเธอมีเหตุผลอะไร ทำไมเราจะไม่เข้าใจเธอล่ะก็เราคือคนที่รู้ใจกันมากที่สุดนี่นา แต่ว่าที่เราโมโหคือเราเป็นห่วงเธอนั่นเอง ผู้ชายคนนี้ก็ได้ทำหน้าที่ดูแลเธอจนถึงวาระสุดท้ายล่ะนะ ทำไปแล้ว คิดไปคิดมาเราน่าจะเห็นแก่ตัวกว่านี้อีกนิด น่าจะรักเธอให้น้อยกว่านี้นะ

ป่านนี้เธอคงลืมแล้ว ว่ามีใครเฝ้าคิดถึงและห่วงใย แต่ฉันจะไม่ลืมหรอกนะ อยากลืมก็ลืมไม่ได้

ยังคงฝันถึงเธอ และทุกครั้งที่ตื่นจะพยายามนอนต่อเพื่อที่จะฝันต่อจากเรื่องเดิม ยังฝันอยู่ทุกคืน ยังเฝ้าถามเธอในฝันว่า ทำไม ทำไมถึงได้ทำแบบนี้ ทำไมทำร้ายเรา

ตืนขึ้นมาและแล้วก็นอนไม่หลับ อยากหลับตาอยู่อย่างนั้น ทำอยู่อย่างนั้น ฝันถึงเธอเรื่อยไป

เพราะว่าความจริง ไม่มีทางใด ทำให้เราได้พบกัน

อยากบอกว่าจะอยู่ตรงนี้ ตรงที่ๆเรารักกัน ได้พบเธอในหัวใจอยู่ทุกวัน ก็เพียงพอแล้ว

และจะไม่ให้ใครมาแทนที่เธอ

-ตอนเธอไปรับน้อง เธอคงไม่รู้หรอกว่าใครยืนบังแดดให้เธออยู่ห่างๆ เพราะรู้วาเธอกลัวดำ

-ซื้อสายไหมไปฝากที่โรงเรียน คิคิ เรารู้ว่าชอบกินสายไหม

-นั่งรถปายส่งปายรับ คิคิ เหนื่อยแต่มีความสุขจัง

-อื่นๆอีกมากมายที่ไม่กล้าพูดเพราะกลัวโดนทำร้ายอีก ทำไมต้องทำร้ายกันมากขนาดนี้ ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเป็นคนที่เคยรักกัน

จบปี4แล้วผมจะไปเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษ และจะเอาคำว่า MBA กลับมาให้ได้ ถ้ามันสำคัญขนาดนั้นผมจะทำให้ดูว่าผมทำได้

ถึงเวลานั้น ทุกคนคงจะเปลี่ยนทีท่าที่แสดงต่อผมกันหมด แต่ว่าคนที่ผมจะแคร์ที่สุดก็คือคนที่ฟันฝ่าอุปสรรคืมากับผม ไม่ใช่คนที่มาร่วมยินดีตอนที่ผมสำเร็จแล้ว คนเหล่านั้นคือ พ่อ แม่ และอาของผม ที่ช่วยเหลือตลอด

สักวันนึงผมจะมีทุกอย่างที่คุณต้องการ แต่สิ่งที่คุณจะไม่มีแล้วก็คือ หัวใจของผม

ขอบคุณจริงๆ สำหรับทุกอย่าง เธออาจจะลืมไปแล้ว แต่ฉันจะไม่ลืมเลยจริงๆ เธอคงพยายามจะไม่คิดถึงฉัน เพื่อจะได้ไม่ทุกขืใจ แต่ฉันสิ พยายามจะไม่ลืมเธอ มันช่างทรมานเหลือเกิน คิดขึ้นมาทีไรก็เจ็บทุกทีแต่ก็ยังอยากจะคิดถึงเธอนะ

ขอบคุณเมเจอร์รัชโยธิน ตู่คีบตุ๊กตา

ขอบคุณสวนรถไฟและต้นไม้ของเรา ร่มวิเศษที่เราวิ่งหลบฝนกัน สะพานลอยสีฟ้า นกแก้วของเธอไงเรียกจนติดปาก

ขอบคุณไก่ย่างจ่าปรีชา

ขอบคุณเซนทรั่ลลาดพร้าว , บันไดหนีไฟ , ชาบูชิ , และอื่นๆอีกมากมาย

ขอบคุณจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่ทำให้เธอได้ทำตามฝันของเธอ

ขอบคุณร้านเกมส์เกษตร คาราโอเกะเกษตร คิคิ

ขอบคุณยูเนี่ยนมอลล์ ตึกชิน3 เซนทรัลเวิร์ล ประตูน้ำ แพลตตินั่ม

ขอบคุณเดอะมอลล์บางกะปิ ตะวันนา สวนน้ำบางกะปิและงามวงศ์วาน

ขอบคุณวันนั้นที่ฉันมีเธอ

2007/Jun/02

สวัสดีครับ

หลายๆคนคงได้อ่านจาก Entry ที่แล้วไปบ้างแล้ว สำหรับเรืองของอาม่าของผม

ซึ่งมีหมายเหตุสำหรับEntry นี้คือ ภาพล่างสุดเป็นภาพที่สะเทือนอารมณ์ผมเป็นอย่างมากเป็นภาพที่ผมเห็นกับตาตัวเองแล้วร้องไห้ออกมา อย่างหยุดไม่ได้

ผมเสียใจมาก จึงขอเตือนเพื่อนๆที่เข้ามาอ่านว่า ถ้าใครจิตไม่แข็งจริง อย่าลงไปดูรูปล่างสุดนะครับ

คำบรรยายใต้ภาพเช่นเคยคับ

ภาพเก่าๆตอนอาม่ายังมีชีวิตอยู่ อาม่านั่งและมองออกไปนอกบ้านด้วยความเหงา วันที่ผมไปเยี่ยมอาม่าจำผมไม่ได้แล้ว ถามว่า ใครน่ะ เพราะอาม่าอาการเริ่มทรุดตั้งแต่ตอนนั้น

คุณแม่ของผมกับอาม่าคับ ในวันสุดท้ายที่เราไปเที่ยวปีใหม่ เยี่ยมเยียนหาอาม่า(เป็นครั้งสุดท้าย) ถ้าลองเปิดๆดู Entry เก่าๆผมดูจะเจอ Entry ที่ผมอัพว่าไปเที่ยวปีใหม่มา แต่ไมได้ลงภาพอาม่าไว้ อาม่ายังคงยิ้มได้เสมอ เวลาที่พวกเราไปเยี่ยมท่าน เห็นกันอยู่หลัดๆนี่เอง ไม่น่าเชื่อเลย

ผ้าดำหลังโลงศพที่เขียนข้อมูลต่างๆ ขอบอกไว้ก่อนเลยว่า เป็นงานแรกที่ผมไม่มีความรู้สึกกลัวอยู่ในหัวกบาลเลยแม้แต่น้อย ผมสามารถเดินไปด้านหลังโลงศพเพื่อถ่ายถาพได้อย่างไม่รู้สึกกลัวแม้แต่น้อย จนถึงทุกวันนี้

เรื่องของพิธีทางศาสนาของชาวจีนนะคับ อาม่าคับ นี่บ้านของอาม่านะ พวกเราลูกๆหลานๆมอบให้อาม่านะคับ(ถึงเวลานี้สิ่งที่จะทำได้ก็มีแค่นี้)

ไฟฉายจะเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับอาม่า สมัยก่อนผมกะอาม่านอนด้วยกัน อาม่าจะชอบลุกเอาไฟฉายมาส่องหน้าผม เพื่อดูว่าผมหลับอยู่หรือเปล่า ซึ่งมันก็ปลุกผมขึ้นมาทุกที ผมจะโมโหและโวยวายอาม่ามาก แต่วันนี้ ไม่มีอาม่าเอาไฟฉายมาส่องผมแล้ว ยังไงก็เอาไฟฉายอันนี้ไปใช้นะครับอาม่า ไว้ผมจะเผาถ่านไฟฉายตามไปให้ทีหลัง

นี่... มีรถเบนซ์ให้อาม่าด้วยนะ มีขนขับรถด้วยล่ะ จะไปไหนก็บอกคนขับเลยนะคับอาม่า

เอาล่ะ เริ่มยกบ้านไปกันแล้ว วันนี้พิธีรวบรัดนิดๆ

ไปกองรวมๆกันไว้ ทุกสิ่งทุกอย่าง

และก็เริ่มจุดไฟเผาส่งไปให้อาม่า ในปรโลก

บ้านไฟไหมไปแล้ว อีกไม่นานคงถึงมืออาม่านะคับ ลุงแดงเสียใจมากจนเผาเงินจริงๆไปประมาณ 550 บาท อาม่าเพิ่งได้รับความรักจากลูกๆอย่างจริงๆจังๆตอนที่ท่านไม่อยู่แล้ว

พี่ๆน้องๆญาติๆต่างเอาไม้มาเคาะพื้นบริเวฯรอบๆตามความเชื่อของชาวจีนเพื่อปกป้องให้สมบัติส่งไปถึงอาม่าโดยตรง ไม่ผ่านนายหน้าที่ไหน

ไม่น่าเชื่อว่าก่อนจะเอามาเผามีแมลงผีเสื้อเกาะอยูที่บ้านกงเต๊ก

ระหว่างที่เผาเสร็จแล้วนั้น ลูกๆหลานๆต่างจับกลุ่มคุยกัน และสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น...

แหงนมองขึ้นไปบนฟ้าผมบอกว่า นั่นไงสายรุ้ง ทุกคนก็มองขึ้นไปดู ที่ไหนได้ เป็นพระอาทิตย์ทรงกรด ซึ่งถือว่าเป็นปาฎิหารย์จากอาม่า สำหรับพวกเรา สายรุ้งที่เรามองเห็นเหมือนรอยยิ้มของอาม่ายามมีชีวิตอยู่

อาม่าคับ ผมซื้อสแน็คแจ๊ค ของโปรดของอาม่ามาฝากแล้วนะคับ กินให้อร่อยนะคับ

และไวตามิ้วจะอยู่คู่กับแสน็คแจ๊คเสมอ อาม่าชอบกินแบบนั้น ของโปรดของอาม่าเลยนะเนี่ย บำรุงเยอะๆหน่อย จะได้แข็งแรงอยู่กับลูกหลานไปนานๆ(ประโยคที่พวกเราพูดกันบ่อยๆเวลาซื้อมาฝาก)

และแล้วก็ถึงเวลาเริ่มพิธีทางศาสนาพุธของไทยบ้าง ก็มีพระมาเทศนา มาสวดเป็นครั้งสุดท้ายก่อนเผา เป็นเวลาแห่งความบีบหัวใจ อาม่ากำลังจะจากไปจริงๆแล้ว

บอกตามตรงว่า ผมไม่อยากเข้าไปอยู่ในงานเลย ไม่อยากให้เวลานี้มาถึงด้วยซ้ำ

จากมุมมองของผม พวกเรากำลังเดินวน 3 รอบ เพื่อส่งอาม่าขึ้นสวรรค์ ทุกคนต่างแห่แหนอาม่าไป โดยจับต่อๆกันมา

ครบ 3 รอบแล้ว ยกกันขึ้นไปด้านบน

ลูกๆยืนรอแขกผุ้มีเกียรติประกอบพิธีทางศาสนาพุทธ และแขกๆผุ้ร่วมงานขึ้นไปให้ดอกไม้จันทร์กับอาม่า

และภาพสุดท้าย ผมกดชัตเตอร์ด้วยมือที่สั่น เพราะภาพที่ผมเห็นคือร่างไร้วิญญาณของอาม่าที่นอนอยู่ในโลงที่แน่นไปด้วยดอกไม้จันทร์ โดยที่มือของอาม่าประสานกันอยู่ สำหรับผมแล้ว ภาพนี้ก็เหมือนแค่อาม่าหลับไปเท่านั้น แค่หลับยาวว แบบไม่ตื่นมาอีกแล้ว หลายๆคนเห็นแล้วอาจจะกลัว แต่ว่าผมไม่กลัวหรอก สงสารอาม่ามากกว่า ที่จะต้องถูกเผา ผมเห็นเค้าเอามันราดอาม่ากะตาตัวเองเลย แล้วเฮียกีเป็นคนจุดไฟเผาเอง อาม่าคงร้อนน่าดูเลย ตอนที่ไฟลามไปยังทุกส่วนของร่างกาย หนังแขนเหี่ยวๆของอาม่าที่ชอบให้ลูกหลานมาดึงเล่นกัน ตอนนี้คงถูกเผาจนไหม้เกรียมปแล้ว ภาพนี้จึงเป็นภาพสุดท้ายในงาน ถ่ายรูปนี้เสร็จผมก็ไม่มีอารมณ์จะถ่ายอะไรต่อไปแล้ว

ภาพนี้เองเป็นภาพที่ผมไม่อยากจะมอง อดีตเก่าๆทั้งดีและไม่ดีต่างย้อนมาทิ่มแทงผม บาดลึกลงไปในจิตใจ ระหว่างนั้นวงดนตรีก็เป่าเพลงเศร้าๆ พิธีกรก็ท่องกลอนเกี่ยวกับแม่ สร้างอารมณ์เศร้าให้กับทุกคนยิ่งนัก หลายๆคนร้องไห้อย่างหนักแบบที่หยุดไม่ได้ คนที่ไม่ไดอยู่ในบรรยกาศนั้นก็คงไม่เข้าใจ เพราะผมเองตอนที่ได้ข่าวอาม่าก็ยังเฉยๆ เพราะเค้าอยู่ห่างไกลไปนานแล้ว

แต่เมื่อมาเห็นแบบนี้ . . .

จากวันนี้ไปไม่มีอาม่ามาคอยบ่นผมอีกต่อไปแล้ว

ไม่มีคนแก่ที่คอยถามพวกเราว่าจะออกไปไหน และบ่นพวกเราที่กลับบ้านช้า

ไม่มีอาม่าคนเดิมที่ถือไฟฉายส่องไปมาเวลากลางคืนแล้ว

ต่อไปนี้ผมได้แต่ดูคำอวยพรของอาม่าที่ผมอัดใส่มือถือไว้ ก่อนออกไปเรียน ถึงแม้ว่าผมจะไม่ได้ที่หนึ่งอย่าที่อาม่าบอกไว้ แต่มันก็ช่วยให้ผมพยายามได้มากขึ้น

ก่อนอาม่าจะตายผมได้ถ่าย VDO Clip ที่อาม่าอวยพรผมก่อนออกจากบ้านไว้ บอกว่า ให้อายุมั่นขวัญยืน สอบได้ที่หนึ่ง ๆ แล้วอาม่าก็หัวเราะ

ไม่ว่าอาม่าจะด่าอย่างไร แต่ทุกคนรู้ว่า อาม่าไม่เคยมีจิตใจที่คิดเคียดแค้นใคร อาม่าเป็นคนจิตใจดีงาม และอยากเห็นลูกหลานประสบความสำเร็จ

ทุกวันนี้ผมและครอบครัวก็ยังคงพูดถึงอาม่าอยู่เหมือนเดิม ยังแซวอาม่าอยู่เหมือนเดิม วันได้ที่พวกเราลืมอาม่าจริงๆแล้ว วันนั้นแหละคือวันที่อาม่าจะตายจากเราไปจริงๆ

ถึงเวลานี้อาม่าคงไม่เหงาอีกต่อไปแล้วล่ะ

ตื่นมาอีกทีคงพบชีวิตที่สดใส ผมจะไม่ลืมเลยว่าในชาตินี้เคยมีอาม่าที่ดูแลผมและเข้าข้างผมเสมอ เงินที่ผาม่าให้มา ผมจะไม่ลืมเลย ถึงแม้ว่ามันจะน้อย แต่มันมีค่ามากกว่าเงินมหาศาลที่ได้จากคนอื่นนัก

หลับให้สบายนะครับอาม่

2007/May/29

สวัสดีครั้บ

เมื่อวันจันทรที่ 28 พค 2550 ที่ผ่านมา อาม่าของผมได้จากไปอย่างสงบ

สิ่งที่ผมจะทำให้อาม่าได้ในตอนนี้ คือเขียนถึงอาม่า ให้ทุกคนได้รู้จักอาม่าของผม

เสียดายที่ตลอดชีวิตของผม ไม่เคยพูดคำว่ารักอาม่าเลยแม้ซักครั้งเดียว

ไม่สามารถพูดได้เพราะรูปแบบบ้านเราเป็นแบบนี้ คำว่ารักมันน้ำเน่าไม่สามารถพูดได้

แต่ตอนนี้ ในบล๊อกนี้ ผมขอพูดว่า ผมรักอาม่า ครับ

ขอบคุณที่เลียงผมมา และดูแลผมตลอด

ผมได้รัยการแจ้งข่าวเมื่อวเลาประมาณ บ้าน 2 โมง ในขณะที่กำลังสนุกอยู่กับเพื่อนๆ(เล่นกีต้าฮีโร่กันอยู่) ข่าวนี้ทำให้ผมตกตะลึงไม่น้อย

อาม่าเลี้ยงผมมาตั้งแต่เด็กๆ เมื่อเวลาพ่อแม่ออกไปนอกบ้าน ผมจะร้องไห้เวลาเค้าไม่กลับมาซะที ก็จะมีอาม่าคอยปลอบและดูแล พร้อมกับบ่นไปเรื่อยว่า ไปไหนของมันว๊า ไม่กลับบ้านกลับช่อง

อาม่าเข้าข้างผมตลอด ผมเป็นหลานที่อาม่ารักที่สุด อาม่ามีลูกทั้งหมด 10 คน มีหลานเป็น 2 เท่าของลูก ผมจึงได้บอกว่าผมเป็นหลานที่อาม่ารักมากที่สุดและสนิทที่สุด

เพราะตลอดเวลา 10 กว่าปีที่ผ่านมาเราอยู่ติดกันตลอด ไม่ว่าผมจะไปเรียน จะไปเล่นกีฬา อาม่าจะมาอวยพรให้ตลอด ด้วยการโบกมือแบบคนแก่(สับมือขึ้นลงๆ) พร้อมกับพูดว่า ขอให้โชคดี สอบได้ที่หนึ่ง

อาม่าของผมเป็นคนใจดี สมัยก่อนผมยังไม่มีเงินใช้ อาม่าก็ให้เงินผมเป็นค่าขนม อาม่าก็ไม่ได้มีเยอะอะไรหรอก ไม่ได้รวยเหมือนอาม่าคนอื่น แต่ก็ยังให้ บางที 10 บาท 20 บาท แต่ผมก็ไม่เคยลืมเลย มันมีค่ากับผมมาก

แต่ทุกวันนี้ไม่มีอาม่าอยู่บนโลกนี้แล้ว อาม่ายังไม่ได้เห็นความสำเร็จของผมเลย ไม่ว่าอนาคตของผมจะเป็นยังไง อาม่าคนนี้ จะไม่ได้รับรู้อีกต่อไปแล้ว

อาม่าของผมเสียชีวิตด้วยอาการหัวใจวาย ลักษณะคือ เฮียเล็ก ลูกชายของอาม่าและเป็นพี่ชายของแม่ผม เอาข้าวกลางวันไปให้กิน(จังหวัดชาติตระการ) และกำลังจะกลับไปทำงานที่ร้าน(เกษตรชัย) วันนั้นอาม่าเป็นอะไรไม่รู้ เดินตามออกมา จะวิ่งตามไปที่ร้านด้วย เฮียเล็กจึงบอกว่า แม่ไม่ต้องตามมา กลับไปอยู่ในบ้าน(ซึ่งไม่มีคนอยู่) เฮียสุเมธเอาเวเฟอร์ขนมของโปรดของอาม่ามาให้กิน ระหว่างที่อาม่ากำลังจะแกะเวเฟอรืชิ้นสุดท้ายกิน ท่านก็หลบไป นั่งเก้าอี้ และหลับไป ในมือ ถือขนมเวเฟอร์ และปล่อยตกลงสุ่พื้น

อาม่าสิ้นลมหายใจแล้ว โดยมีเวเฟอร์ของโปรดอยู่ที่พื้น

นี่คืออาม่าของผมและแม่ของผมซึ่งเป็นลูกสาวคนโปรดด้วย เดิมที่อาม่าอาศัยอยู่ในบ้านย่านลาดพร้าว ซึ่งเป็นบ้านของน้าไก่ และผมก็อยู่ด้วย สิ่งที่อาม่าเกลียดคือคนใช้ภายในบ้าน ที่ยกตัวอยู่เหนือหัวอาม่า ชูคออยู่สูงกว่าผู้เป็นม่ของเจ้าจของบ้าน อาม่ามักจะระบายความในใจให้ผมได้ฟังอยู่เรื่อยๆ แต่ผมก็ทำอะไรไม่ได นอกจากร่วมเกลียดมันไปพร้อมๆกับอาม่า

ในภายหลัง อาม่าได้ถูกเนรเทศออกจากบ้าน ไปอยู่ที่บ้านลูกชายที่ชาติตระการ

ขอบคุณคอสเพลย์ ที่ทำให้ผมมีกล้องไปถ่ายรูปครั้งสุดท้าย ของอาม่า

เมื่อปีใหม่ปี 2007 ครอบครัวของผมเพียงครอบครัวเดียวเท่านั้นที่แวะไปเยี่ยมอสม่า

กินหมูกะทะกันถึงดึก อยู่กัน 2 วัน2คืนเต็ม

เช้าวันรุ่งขึ้นพวกผมจึงออกเดินทางไปเที่ยวเชียงใหม่ต่อ โดยที่อาม่าออกมาส่งและทำหน้าเศร้า พร้อมกับพูดว่า แล้วก็ทิ้งเราไว้คนเดียวอีกแล้ว

แต่อาม่าก็ไม่ลืมที่จะโบกมือ(สับมือขึ้นๆลงๆ)พร้อมกับพูดว่า โชคดีๆๆ

นั่น.......คือภาพสุดท้ายที่พวกเราได้เห็นอาม่า ผมเองก็พูดมาพลางในรถว่า นี่อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายแล้วก็ได้นะ เพราะอาม่าก็อายุมากแล้ว

บริเวณหน้าร้านเกษตรชัย อำเภอชาติตระการ ที่ดูเงียบเหงาเหลือเกิน ในวันนั้นอากาศก็หนาวมาก อาม่าได้ใช้ 2วันสุดท้าย กับครอบครัวที่เค้ารัก ฉลองปีใหม่กัน

2วัน ที่อ่าม่าไม่เหงา 2วันในรอบ 1 ปี

2วันที่พวกเรา เลือกที่จะไปเยี่ยมอาม่า

2วันที่ไม่มีลูกคนอื่นมาเยี่ยม ยกเว้นเฮียเล็กซึ่งเป็นเจ้าของบ้าน

สุดท้ายนี้ สำหรับผมแล้ว อาม่ายังไม่ตาย สำหรับผมอาม่าก็แค่อยู่ที่ชาติตระการ ซึ่งปกติก็ไม่ได้ติดต่อกันอยู่แล้ว อาม่าจะอยู่ในใจของผมตลอดไป อาม่าที่ซื้อโทรศัพท์มือถือเครื่องแรกในชีวิตให้ผม ขอบคุณอาม่ามากคับ

ตรุษจีนปีหน้า อาม่าจะกลายเป็นผู้ถูกไหว้แทนผู้ไหว้จากเมื่อปีที่แล้ว อาม่าได้มาร่วมไหว้อากง(สามีของอาม่า) ไหว้บรรพบุรุษ คงทำใจลำบากน่าดู สำหรับพวกเราที่อยู่ติดกับอาม่ามาตลอด 10 กว่าปี หรือเกินครึ่งของชีวิตผม

วันเช็งเม้งที่จะต้องไปไหว้อากง จากนี้จะมีหลุมศพของอาม่าเพิ่มมาอีกอัน

รอยยิ้มของอาม่าเวลาดีใจที่เห็นพวกเรากลับมาบ้าน

คำถามที่ถามทุกครั้งก่อนออกจากบ้าน "จะไปไหนกันล่ะน่ะ" บางคนตอบไปซื้อผัก บางคนบอกไปตีกอล์ฟ อาม่าก็จะพูดว่า โถ่ทั้งเอ้ย

ขอให้อาม่ามีความสุขตลอดไปถึงเวลานี้ อาม่าคงมีสิทธิ์เลือกเองแล้ว ว่าจะอยู่ที่ไหน ไม่ใช่โดนลูกหลานเลือกให้

ขอให้อาม่า สู่สุขติ

ป.ล. เป็นการอัพบล๊อกที่ทรมานใจที่สุด ถ้าถามว่าเกี่ยวอะไรกะคอสเพลย์ ผมขอตอบว่า เพ่อนของผมที่อยู่ในวงการคอสเพลย์เท่านั้น ที่ผมอยากระบายความในใจให้ฟัง เมื่อผมได้ระบายแล้ว ความทุกข์ของผมจะหายไปครึ่งนึง เมื่อมีความสุข และเราแบ่งปันความสุขให้เพื่อนๆ ความสุขเราจะมากขึ้นเป็น 2 เท่า

งานศพจะจัดขึ้นที่ จังหวัดกำแพงเพชร ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 1 มิถุนายน

ใครที่อยู่จังหวัดกำแพงเพชรก็แวะไปไหวศพได้นะคับ

ส่วนใครที่ไม่ได้ไปติดตามบรรยกาศงานได้ที่นี่เลยครับ เด๋วถ่ายมาอัพ

และผมคงต้องระบายอีกครั้ง ครั้งนี้อัพไม่ค่อยดีเท่าไร เพราะ NOT LOGIN ที่เห็นๆนี่พิมพ์รอบ 2 มันไม่ดีเท่ารอบแรกหรอก คราวหน้าจะมาอัพแบบเต็มๆนะคับ

เสียใจนะ แต่ก็ขอขอบคุณ Ecteen Blog และเพื่อนๆคอสเพลย์ ที่ทำให้ผมเศร้าน้อยลงไปได้เยอะ

ผมไม่อยากไปงานศพเลย แต่ว่าต้องไป ผมไม่อยากอยู่ในบรรยกาศแบบนั้น